ดีเอสไอแถลงผลอายัดรถหรูหนีภาษี

ดีเอสไอ แถลงผลยึดอายัดรถยนต์หรูหนีภาษีกว่า 100 คัน เสียหายกว่า 2,400 ล้านบาท รัฐสูญรายได้ปีละหมื่นล้าน

พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม(ยธ.)  พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ  ร่วมแถลงผลการยึดอา ยัดรถยนต์หรู หลีกเลี่ยงภาษี หลังจากวานนี้(18 พ.ค.) ดีเอสไอนำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมหมายค้นจากศาลอาญา เข้าค้นพื้นที่เป้าหมาย 9 จุดทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ โดยอายัดรถหรูในโชว์รูมได้รวม 112 คัน มีทั้งแลมโบร์กินี เฟอร์รารี โลตัส แมคคลาเรน และอื่นๆ มูลค่าความเสียหายกว่า 2,400  ล้านบาท 

พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม(ยธ.) เปิดเผยว่า การเข้าอายัดครั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์ถูกขายให้กับบุคคลที่ 3 และป้องกันไม่ให้บริษัทไฟแนนซ์เข้ามาอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งผู้นำเข้ากลุ่มนี้ทำหน้าที่นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ โดยใช้ช่องว่างจากข้อยกเว้นของกรมศุลกากรที่ให้เจ้าหน้าที่รับฟังราคาจากใบอินวอยซ์ ซึ่งดีเอสไอพบว่ากลุ่มผู้นำเข้ารายนี้ได้ทำใบอินวอยซ์ปลอมเพื่อสำแดงเท็จ โดยโครงข่ายเกรย์มาร์เก็ตมีเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งระดับปฏิบัติ และระดับหัวหน้าส่วนราชการ จำนวน 110 ราย ถูกส่งรายชื่อพร้อมหลักฐานให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ไต่สวนความผิดทางอาญาแล้ว

พ.ต.ท.กรวัชร  ปานประภากร  รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ทางดีเอสไอได้ร่วมมือกับรัฐบาลอิตาลี สืบสวนหาข้อมูลเกี่ยวกับการนำเข้ารถหรู จนสามารถสืบทราบราคาขายที่แท้จริง กระทั่งนำไปสู่การดำเนินคดี เพราะ   ที่ผ่านมาอุปสรรคสำคัญ คือ เจ้าหน้าที่ไม่ทราบราคารถที่แท้จริงจึงไม่สามารถเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องได้   ในกรณีนี้ทำให้รัฐสูญเสียภาษีที่ควรจะได้กว่าปีละ 10,000 ล้านบาท   หลังจากนี้จะสืบสวนเพื่อดำเนินการเอาผิดย้อนหลังในคดีที่ยังไม่หมดอายุความ หากพบเจ้าหน้าที่รัฐไปเกี่ยวข้องกับเอกชน จะดำเนินการเก็บภาษีย้อนหลัง  ซึ่งกระบวนการที่ทำในลักษณะนี้ในไทยมีอีกหลายกลุ่มแต่ไม่สามารถให้ข้มูลได้ เพราะถือเป็นข้อมูลทางลับ แต่มีลักษณะการกระทำใกล้เคียงกันกับกรณีนี้

“ตัวอย่างราคารถลัมโบกินี่ รุ่น มูเซียลาโก้ รุ่นปี 2009 ที่ดีเอสไอได้ตรวจยึดอายัดไว้ได้ จากข้อมูลที่ได้จากอิตาลีราคาส่งมาขายอยู่ที่ประมาณ 286,000 ยูโร แต่ผู้นำเข้าไปทำใบราคาปลอมมาสำแดงแก่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร เป็นราคา 105,000 ดอลลาร์สหรัฐ  หรือประมาณ 3 ล้านบาท บวกภาษี 328% จะตกอยู่ที่คันละ 11 ล้านบาท แต่หากสำแดงราคาจริงภาษีจะอยู่ที่ 41 ล้านบาท ทำให้ประเทศไทยสูญเสียภาษีที่ควรจะได้ไปถึง 30 ล้านบาท  ซึ่งเป็นไปได้ไหมที่เจ้าหน้าที่จะไม่ทราบราคารถที่แท้จริง ตรงนี้คงไม่ไปก้าวล่วง  ถ้าข้อมูลพบว่าหน่วยงานรัฐมีส่วนเกี่ยวจะเอาผิดถึงที่ สุด” รองอธิบดีดีเอสไอกล่าว

สำหรับบริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด เป็นบริษัทนำเข้ารถยนต์ แลมโบร์กินี, แมคลาเรน, ปากานี, โคนิกเซ็กก์, โลตัส และฮัมเมอร์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย รวมถึงเป็นผู้นำเข้ารถหรูรายใหญ่ในระดับเอเชีย.-สำนักข่าวไทย