ทำอย่างไรถึงจะพูดได้เต็มปากว่า”เรารักในหลวง”

ทำอย่างไรถึงจะพูดได้เต็มปากว่า”เรารักในหลวง”
สัปดาห์นี้มีวิธีแสดงตนชัดว่า “เรารักในหลวงรัชกาลที่ 9” จริงๆ ด้วยหลัก 4 ประการ หากปฏิบัติตามรับรองว่าพูดได้เต็มปากเต็มคำอย่างไม่ต้องอายใคร ไปดูสิว่ามีอะไรบ้าง

บัดนี้แม้ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” จะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่เหมือนเรารู้สึกได้ว่าพระองค์ยังประทับอยู่บนฟากฟ้าสรวงสวรรค์ เป็นมิ่งขวัญอยู่ในดวงฤทัยของมวลประชาราษฎร์ ด้วยพระราชกรณียกิจที่ได้เสด็จไปทรงบำเพ็ญแผ่กระจายอยู่ทั่วผืนแผ่นดิน ตลอดระยะเวลาครองราชย์ ทรงอุทิศพระองค์สมดังพระปฐมบรมราชโองการ ที่ทรงประกาศในวันพระบรมราชาภิเษกว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชย์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของพสกนิกรคนไทยอยู่ตอนนี้ พวกเราจะทำอย่างไรถึงจะเดินตามรอยพ่อของแผ่นดินได้?? หากเราจะเดินตามรอยของพระองค์และรักพระองค์จริงๆ ทำอย่างไรจะพูดได้เต็มปากกว่า…“เรารักในหลวงรัชกาลที่ 9”

เมื่อเร็วๆ นี้ ผมไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ “พระครูศรีธรรมปฎิภาณ” วัดอรุณราชวราราม ได้รับหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า “ทำอย่างไรจะพูดได้เต็มปากว่าเรารักในหลวงรัชกาลที่ 9” เป็นงานธรรมกถาของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ตอนท้ายของหนังสือเจ้าประคุณสมเด็จได้พูดไว้ว่า…

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระราชนิพนธ์วรรคดีพระพุทธศาสนาในหมวดแห่งชาดก ชื่อเรื่อง “พระมหาชนก” อันว่าด้วยการบำเพ็ญพระวิริยบารมีของพระโพธิสัตว์ที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระราชนิพนธ์เรื่อง “พระมหาชนก” นี้ ทำให้เห็นชัดว่าพระองค์ทรงถือเป็นสำคัญที่จะส่งเสริมให้ประชาชนเป็นคนมีความพากเพียร พยายามมุ่งหน้าทำการให้สำเร็จ ไม่ยอมท้อถอย

พระมหาชนกนั้นตรัสแสดงคติธรรมไว้ว่า “การงานใดไม่ทำให้จบสิ้นไปด้วยความพากเพียรก็ไร้ผล เป็นคนก็ควรพยายามเรื่อยไป ไม่ยอมท้อแท้”

คนไทยเมื่อรัก “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ก็ควรพัฒนาตนให้มีคุณสมบัติ เช่น ความพากเพียรพยายามนี้ให้สมดังที่ได้ทรงหวัง ได้ทรงสั่งสอนไว้ ประชาชนชาวไทยพูดกันทั่วไปว่า “เรารักในหลวง” เมื่อรักในหลวงก็คือจะพยามทำให้สมพระราชหฤทัย โดยนัยที่ได้บรรยายมา ประชาชนจะแสดงตนชัดว่ารักพระองค์ โดยจะต้องมีการแสดงออก 4 ประการ คือ

1.กตัญญู สำนึกรู้เข้าใจมองเห็นซาบซึ้งในพระคุณนานัปการที่ได้ทรงบำเพ็ญ อันสมดังพระราชปณิธานว่าจะทรงครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สูงแห่งมหาชนชาวสยาม

2.อัตถัญญู มีปัญญารู้คุณค่า ความหมาย เหตุผล ตระหนักในความมุ่งหมาย และวัตถุประสงค์ ทั้งที่เป็นพระราชปณิธานอันเป็นข้อหลักใหญ่ และพระราชประสงค์จำเพาะของโครงการพระราชดำริ หรือกิจการงานที่เกี่ยวข้องมาถึงตน

3.ปฎิบัติบูชา เมื่อรักพระองค์ จะยกย่องเทิดทูนก็ทำอย่างที่พระองค์ว่า ให้บูชาพระองค์ด้วยการปฎิบัติ โดยร่วมมือร่วมแรงทำกิจหน้าที่ของตน เพื่อให้สำเร็จบรรลุผลที่มุ่งหมายจนได้ถวายความสำเร็จนั้นเป็นเครื่องบูชาคุณ

4.ภาวนาปธาน สุดท้ายเมื่อทำ เมื่อปฎิบัติได้อย่างนั้น จะต้องไม่อยู่อย่างเรื่อยเปื่อยเฉื่อยชา แต่พยายามพัฒนาตนเองให้มีคุณสมบัติดีงาม มีศีล มีวินัย มีความเพียรพยายาม มีสติปัญญาความสามารถ ให้เป็นประชาชนที่มีคุณภาพผู้ได้ชื่อว่าพัฒนาแล้วเป็นอย่างดี

เมื่อทำได้ดังว่ามานี้ ความอาลัยรักภักดีที่แสดงกันต่างๆ มากมาย จึงจะเป็นของจริงจังมีความหมาย มิใช่เป็นของเสียหายหรือสูญเปล่า ดังที่ทราบกันดีตลอดว่า “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทั้งหลาย เช่น โครงการพระราชดำริต่างๆ มากมาย ก็เพื่อความมุ่งหมายที่มั่นแน่วเป็นหนึ่งเดียว คือเพื่อแก้ไขปัญญาบำบัดทุกข์ ทำให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน…

ผมนำธรรมกถาของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เพื่อเตือนสติ เพื่อตอกย้ำให้พสกนิกรชาวไทยตระหนักถึงสิ่งที่พระองค์ได้ทำไว้กับพสกนิกรของพระองค์ และหากรักพระองค์จริง ทำอย่างไรจึงจะพูดได้เต็มปากว่า “เรารักในหลวง” ก็ควรจะต้องทำดังที่เจ้าประคุณสมเด็จฯ แนะนำไว้.

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์