สูงวัยไม่มีใครแก่เกินเรียน

อย่างที่ทราบกันดีว่า ประเทศไทยในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จะเป็น “สังคม ผู้สูงอายุ” อย่างเต็มรูปแบบ คือจะมี ผู้สูงอายุมากถึงร้อยละ 20 ของประชากร ทั้งประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งภาคเศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่ของครัวเรือนไทย โดยประชาชนจะต้องพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด

สำหรับตัวผู้สูงอายุเอง ก็จำเป็นที่จะต้องพัฒนาศักยภาพตนเองเพื่อที่จะสามารถพึ่งพาตนเองได้ทุกด้าน และเพื่อสนับสนุนสร้างความพร้อมให้เหล่าสว.ทั้งหลาย ‘โรงเรียนผู้สูงอายุ’ จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นหนึ่งในเครื่องมือพัฒนาศักยภาพ และความสามารถให้พวกเขาช่วยเหลือตนเอง สังคม มีคุณค่าและศักดิ์ศรีในตัวเอง

นี่ไม่ใช่แค่แนวคิดฝันๆ เพราะมันเกิดขึ้นจริงแล้ว ณ โรงเรียนผู้สูงอายุ ต.หนองลาน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส) ได้จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร พาลงพื้นที่เพื่อเรียนรู้การจัดหลักสูตรเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุเพื่อให้เกิดความยั่งยืนของโรงเรียนผู้สูงอายุแห่งนี้

ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และรักษาการผู้อำนวยการสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวถึง บทบาทของ สสส. กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้สูงอายุว่า โรงเรียนผู้สูงอายุถือเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ สำหรับโรงเรียนผู้สูงอายุบ้านหนองลาน ถือได้ว่าเป็นต้นแบบที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ เพราะมีการทำงานร่วมกัน จากทั้ง 3 ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคนโยบาย ภาควิชาการ และภาคสังคม  จะทำให้เกิดการบูรณาการงานผู้สูงอายุร่วมกัน ก่อให้เกิดความยั่งยืนของโครงการอย่างมีคุณภาพ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งมิติของการสร้างผู้นำภาคสังคม

“สสส. ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันวิจัย และพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) ถอดบทเรียนการจัดการโรงเรียนผู้สูงอายุที่ดี โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาผู้สูงอายุให้เป็นผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ และมองเห็นความสำคัญของการพัฒนาและต่อยอดการดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ดังนั้นเราพร้อมที่จะสนับสนุนงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและสังคม” ดร.ประกาศิต กล่าว

ด้าน ศ.ศศิพัฒน์ ยอดเพชร  คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิจัยภายใต้โครงการ  “การถอดบทเรียนตัวอย่างที่ดีของโรงเรียนผู้สูงอายุและชมรมผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมถ่ายทอดความรู้” กับ การปรับปรุงหลักสูตรคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ว่า ได้กล่าวเสริมถึงการเข้ามาทำงานวิจัยในพื้นที่ชุมชน บ้านหนองลานว่า จากการเข้าไปศึกษาหลายๆ โรงเรียน โดยยึดพื้นที่ชุมชนเป็นศูนย์กลางหลักในการทำงาน ทำให้เกิดการปรับปรุงหลักสูตรคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ  เป็นชุดความรู้สู่การพัฒนาเป็นผู้สูงอายุที่มี ศักยภาพ (Active Ageing) เป็นชุดความรู้ ที่จะสามารถพัฒนาผู้สูงอายุให้มีสุขภาพ ที่ดีทั้ง กาย จิต ปัญญา สังคม จิตวิญญาณ และมีหลักประกันที่มั่นคง เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้นานที่สุด

ศ.ศศิพัฒน์ กล่าวต่อว่า “โครงสร้างชุด ความรู้ที่นำมาพัฒนาผู้สูงอายุ ประกอบด้วย 1.ความรู้ที่ผู้สูงอายุต้องรู้ 2.ความรู้ที่ผู้สูงอายุ ควรรู้ และ 3.ความรู้ที่ผู้สูงอายุอยากรู้ จากทั้งหมดที่กล่าวมา เราคิดว่า ถ้าโรงเรียนผู้สูงอายุสอนโดยมีการกำหนดทิศทาง ที่ชัดเจน มั่นใจว่าจะสามารถพัฒนา ผู้สูงอายุให้เป็นกลุ่มคนที่มีความสามารถที่หลากหลาย หรือมีศักยภาพได้อย่างแน่นอน”

สำหรับ นราทิป สุภาราญ รองนายกเทศมนตรีตำบลหนองลาน  และรองผู้อำนวยการโรงเรียนผู้สูงอายุฯ กล่าวว่า สถาบันพัฒนาชุมชนของตำบล หนองลาน ประกอบไปด้วย บ้าน วัด โรงเรียนและราชการหรือที่เรียกว่า “บวร”เป็นส่วนสำคัญที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการ ขับเคลื่อนโรงเรียนผู้สูงอายุให้เดินไปข้างหน้า ประกอบกับการเข้ามาทำโครงการวิจัยโรงเรียนผู้สูงอายุ ของ สสส. และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ยึดพื้นที่ชุมชนเป็นศูนย์กลางหลักในการทำงาน ส่งผลให้เกิดชุดความรู้ “ต้องรู้-ควรรู้-อยากรู้” ออกมา ยิ่งส่งผลให้ผู้สูงอายุชุมชนบ้านหนองลาน เป็นกลุ่มคนที่มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

รองนายกเทศมนตรี อธิบายเสริมอีกว่า ในส่วนของการประเมินผลสำเร็จของโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลหนองลาน สามารถวัดได้จาก 1.พฤติกรรมการเข้าสังคม ผู้สูงอายุมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน 2.ผู้สูงอายุเริ่มรู้จักการออม โรงเรียนจะมีการทำการออมขึ้น โดยออม 100 บาท จะหัก 15 บาทเข้ากองทุน เพื่อเอาไว้ใช้เป็นสวัสดิการของนักเรียนผู้อายุในกรณีเจ็บป่วย หรือเสียชีวิตลง  ซึ่งตรงนี้ จะทำให้ผู้สูงอายุเกิดความรู้สึกปลอดภัย เหมือนอยู่กันเป็นครอบครัว และ  3.ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น ทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจ

นิ่ม จันดา อายุ 79 ปี ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนผู้สูงอายุบ้านหนองลาน เล่าว่า ก่อนเข้าโรงเรียนผู้สูงอายุ ตนมีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งโรคความดัน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ในแต่ละครั้งก็ต้องกินยาเป็นจำนวนมาก ติดต่อกันมาเกือบ 30 ปี แต่พอเริ่มเข้าโรงเรียน ผู้สูงอายุ ได้เรียนรู้การดูแลตนเอง  รู้วิธีการใช้ยาอย่าถูกต้อง รู้จักการ ออกกำลังกายและเลือกกินอาหารที่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตนก็นำมาปรับใช้ เริ่มจากเลือกกินอาหาร เน้นผักและเนื้อปลา ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายทุกเช้า

“หลังจากเข้าโรงเรียนจนวันนี้เป็นระยะเวลา 4 ปี สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น มีน้ำมีนวล ยาที่แต่เดิมกินเป็นกำๆ ปัจจุบันลดลงเหลือแค่ 1 เม็ด ที่สำคัญคือสุขภาพจิตของตนเองก็ดีด้วย เวลามาโรงเรียน ก็ได้พูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นๆ  มีความสุขและคลายเหงาลงได้” ป้านิ่ม เล่าปิดท้าย

โรงเรียนผู้สูงอายุ ต.หนองลาน แห่งนี้ จึงถือเป็นบทพิสูจน์ชั้นดี  ถึงการพัฒนาศักยภาพให้ผู้สูงอายุ ไม่ตกอยู่ในสภาวะที่สังคมมองว่า เป็น “ภาระ” เช่นผ่านๆ มา

“บ้าน วัด โรงเรียนและราชการหรือที่เรียกว่า “บวร” เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน โรงเรียนผู้สูงอายุ ให้เดินไปข้างหน้า”/ขอบคุณ สสส.