พระพุทธรูปใหญ่สมัยทวารวดี

พระใหญ่ทวารวดี ประดิษฐานอยู่ที่วัดคอนสวรรค์ บ้านคอนสวรรค์ อำเภอคอนสวรรค์ เป็นพระพุทธรูปที่มีอายุเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองนครกาหลงมาแต่โบราณ สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ และมีความขลังศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปหินแกะ สลักปางประทับยืน ศิลปทวาราวดีสร้างด้วยศิลาแลง เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดชัยภูมิมากองค์หนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อใหญ่” Read More

ตลาดเก่าหัวตะเข้

ตลาดเก่าหัวตะเข้ เป็นตลาดขนาดเล็กที่อยู่ในชุมชนหลวงพรต-ท่านเลี่ยม ที่มีคลองล้อมรอบชุมชนทำให้ชุมชมนี้มีเอกลักษณ์ในการใช้ชีวิต เพราะคนในชุมชนบางคนยังใช้เรือในการสัญจรคลองระแวกนี้ ภายในชุมชนแห่งนี้ยังมีกิจกรรมที่เป็นประเพณีท้องถิ่นและที่พักเก๋ไก๋ เหมาะแก่นักท่องเที่ยวที่สนใจบ้านไทยสมัยก่อน
Read More

แหล่งเตาเผาและเครื่องเคลือบบ้านบ่อสวก

หลักฐานสำคัญที่จะทำให้คุณทึ่งในอดีตของเมืองน่านกับความเป็นเมืองเก่าและอู่อารยธรรมอีกแห่งหนึ่งของไทย คือ แหล่งเตาเผาและเครื่องเคลือบบ้านบ่อสวก ซึ่งมีรูปแบบและกรรมวิธีการผลิตในลักษณะเฉพาะของตัวเองและน่าจะได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะมีการขุดพบตามแหล่งฝังศพของคนในสมัยก่อนโดยเฉพาะแถบเทือกเขาในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ต่อเนื่องไปจนถึงจังหวัดตากและกำแพงเพชร การผลิตเครื่องเคลือบที่บ้านบ่อสวกนี้เริ่มขึ้นและพัฒนาในสมัยเจ้าพระยาพลเทพฤาชัย (พ.ศ.2071-2102) ซึ่งเมืองน่านในยุคนั้นถือว่ามีความรุ่งเรืองมากมีวิทยาการเตาเผาและเครื่องเคลือบเมืองน่านล้ำสมัย และได้รับอิทธิพลจากกลุ่มสันกำแพง กลุ่มกาหลง ซึ่งเป็นกลุ่มเตาใกล้นครเชียงใหม่
Read More

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฮาลา-บาลา

พื้นที่อนุรักษ์แห่งใหม่ของไทยที่ได้รับการประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2539 อันเป็นแนวชายแดนไทย-มาเลเซียนั้น มีพื้นที่ประมาณ 270,725 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ทิวเขาสันกาลาคีรี แม้ป่าฮาลาและป่าบาลาเป็นป่าดงดิบที่ไม่ต่อเนื่องกัน แต่ก็ได้รับการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าผืนเดียวกัน ซึ่งประกอบด้วยป่าฮาลา ในเขตอำเภอเบตง จังหวัดยะลา และ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส กับป่าบาลาที่ครอบคลุมอำเภอแว้งและอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส โดยส่วนที่เปิดให้ประชาชนเข้าไปศึกษาธรรมชาติได้คือป่าบาลาแห่งนี้เท่านั้น ซึ่งมีการตัดถนนสายความมั่นคง (ทางหลวงหมายเลข 4062) ไปตามเทือกเขาสันกาลาคีรี ทำให้การเข้าถึงพื้นที่ป่าสะดวกง่ายดายขึ้น โดยเริ่มจากบ้านบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง ตัดผ่านป่าบาลา และไปสิ้นสุดที่ บ้านภูเขาทองในอำเภอสุคิริน รวมระยะทาง 18 กิโลเมตร

ไฮไลต์แห่งผืนป่า
เพียงขับรถไปตามถนนสายความมั่นคง คุณจะพบความมหัศจรรย์จากธรรมชาติมากมายที่ควรค่าแก่การศึกษา โดยมีไฮไลท์ที่น่าสนใจดังนี้

· ห่างจากสำนักงานฯ ประมาณ 5 กิโลเมตร คุณจะพบจุดชมสัตว์และมีต้นไทรขึ้นอยู่จำนวนมาก ซึ่งสัตว์มักจะมาหากินลูกไทรเป็นอาหาร

· จากจุดชมสัตว์ ตรงเข้ามาอีกประมาณ 10 กิโลเมตร จะพบที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์ภูเขาทอง ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายดังกล่าว ที่นี่เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงาม

· จากหน่วยพิทักษ์ภูเขาทอง เดินเข้าไปประมาณ 100 เมตร จะพบต้นสมพง (กระพง) ยักษ์ ขนาดเส้นรอบวง 25 เมตร ความสูงของพูพอนสูงประมาณ 4 เมตร (พูพอน คือ ส่วนที่อยู่โคนต้นไม้เป็นปีกแผ่ออกไปรอบๆ ส่วนใหญ่มักจะเป็นไม้ใหญ่ที่อยู่ริมน้ำ เพราะจะช่วยในการพยุงลำต้น) ต้นสมพงเป็นไม้ที่ชอบขึ้นตามริมน้ำ เป็นไม้เนื้ออ่อนใช้ทำไม้จิ้มฟันหรือไม้ขีด

· นอกจากนี้สองข้างทางยังจะได้เห็นพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ที่ไม่อาจหาชมได้ง่าย ๆ จากที่อื่นในเมืองไทย เช่น
o ต้นยวน ไม้ยืนต้นในวงศ์ถั่วที่สวยเด่นสะดุดตา มองเห็นได้แต่ไกล ด้วยผิวเปลือกขาวนวล และรูปร่างสูงชะลูด สามารถสูงได้ถึง 65-70 เมตรซึ่งถือว่ามีความสูงเป็นอันดับสามของโลก รองจากต้นเรดวูดและยูคาลิปตัส มักถูกตัดไปทำเฟอร์นิเจอร์
o ต้นสยา ไม้ในวงศ์ยางซึ่งเป็นไม้เด่นของป่าฮาลา-บาลา จากจุดชมวิวจะมองเห็นเรือนยอดของต้นสยาขึ้นเบียดเสียดกัน ถ้าลองซุ่มสังเกตดี ๆ อาจมีโอกาสพบนกเงือกบริเวณนี้ เพราะต้นสยาเป็นแหล่งทำรังสำคัญของนกเงือก
o ต้นหัวร้อยรูหนาม อันเป็นไม้โขดที่ขึ้นเกาะตามคบไม้ในป่าดงดิบทางภาคใต้ของไทย จัดเป็นพืชหายากและใกล้สูญพันธุ์

สัตว์ประจำถิ่น
สัตว์ที่อาศัยอยู่ที่นี่ หลายชนิดเป็นสัตว์ที่หายากในไทย เช่น
· ชะนีดำใหญ่ หรือ เซียมัง ซึ่งมีสีดำตลอดตัว และมีขนาดใหญ่กว่าชะนีธรรมดาเกือบเท่าตัว
· ชะนีมือดำ ซึ่งปกติจะพบเฉพาะในป่าบนเกาะสุมาตรา บอร์เนียว และป่าบริเวณทางเหนือของมาเลเซียถึงทางใต้ของไทยเท่านั้น
· กบทูด ซึ่งเป็นกบขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ความยาวจากปลายปากถึงก้น ประมาณ 1 ฟุต น้ำหนักกว่า 5 กิโลกรัม มีถิ่นอาศัยอยู่บริเวณป่าต้นน้ำบนภูเขาสูง
· นกเงือก นกหายากที่เป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของผืนป่า แต่ในป่าแห่งนี้พบนกเงือก 9 ใน 12 ชนิดที่พบในไทย ได้แก่ นกเงือกปากย่น นกเงือกชนหิน (เป็นนกเงือกชนิดเดียวที่มีโหนกแข็งทึบ ชาวบ้านในอินโดนีเซียจึงล่านกชนหิน เพื่อเอาโหนกไปแกะสลักอย่างงาช้าง) นกแก๊ก นกกก นกเงือกหัวหงอก นกเงือกปากดำ นกเงือกหัวแรด นกเงือกดำ นกเงือกกรามช้าง
· นอกจากนี้ จากการสำรวจยังพบสัตว์ป่าสงวน 4 ชนิด คือ เลียงผา สมเสร็จ แมวลายหินอ่อน และ กระซู่
Read More

หมู่บ้านไทยลื้อหนองบัว

มาทำความรู้จักผ้าทออันเป็นเอกลักษณ์ของไทลื้อจาก “ผ้าลายน้ำไหล” ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ ซึ่งเลื่องลือในฝีมือการทอผ้าพื้นเมืองที่สวยงามมายาวนาน และเป็นแหล่งทอผ้าไทลื้อที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดน่าน โดยสามารถเลือกซื้อชิ้นงานหัตถกรรมคุณภาพ พร้อมชมวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวบ้านที่น่าประทับใจ
Read More

สวนสมุนไพรจันทบุรี

สวนสมุนไพรจันทบุรี เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตั้งอยู่ที่ตำบลอ่างคีรี อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 25 กิโลเมตร จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2486 ปัจจุบันมีเนื้อที่ทั้งหมด 144 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการ 104 ไร่ และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 40 ไร่ นับเป็นสวนสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดจันทบุรี
สวนสมุนไพรจันทบุรี เป็นแหล่งรวบรวมและอนุรักษ์พันธุ์พืชสมุนไพรจำนวนมากกว่า 500 ชนิด เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบสมุนไพร สำหรับการศึกษาวิจัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นแหล่งขยายพันธุ์พืชสมุนไพร ผลิตกล้าไม้เพื่อสนับสนุนการปลูกพืชสมุนไพรในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ปีละไม่ต่ำกว่า 20,000 ต้น นอกจากนั้น สวนสมุนไพรจันทบุรียังถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัด
ภายในสวนสมุนไพรที่ร่มรื่นแห่งนี้ มีกิจกรรมน่าสนใจหลายอย่าง เช่น การฟังคำบรรยายเกี่ยวกับสรรพคุณ ข้อดี ข้อด้อยของสมุนไพรชนิดต่างๆ ช่วยให้คุณเลือกใช้สมุนไพรได้อย่างถูกต้องเหมาะสม การเดินชมแปลงสาธิตสมุนไพร ทำให้คุณรู้จักหน้าค่าตาของสมุนไพรแต่ละชนิดว่าเป็นอย่างไร ในส่วนของการจับจ่าย คุณสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรแปรรูปในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นยา อาหารเสริม หรือเครื่องสำอาง และถ้าคุณกำลังมองหาพืชสมุนไพรไปปลูกที่บ้าน ที่นี่ก็ยังมีพันธุ์ไม้สมุนไพรจำหน่ายอีกด้วย
Read More

ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี

ที่นี่นับเป็นแหล่งรวบรวมวัตถุโบราณและของเก่าที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนกาญจนบุรี ภายในศูนย์วัฒนธรรมแบ่งห้องจัดแสดงเป็นสองชั้น ชั้นล่างเป็นสถานที่ที่ใช้จัดแสดงเครื่องใช้ภายในครัวเรือน เครื่องมือเครื่องใช้ในการจับปลา ส่วนชั้นบนคือแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ผ่านห้องต่างๆ ที่มีทั้งห้องประวัติศาสตร์ ห้องศาสนาและประเพณีซึ่งมีหนังสือไทยโบราณและศิลปะวัตถุล้ำค่า เมื่อออกมาด้านนอก บริเวณด้านข้างจะพบกับหลุมขุดค้นทาง ประวัติศาสตร์สำหรับผู้สนใจศึกษาด้านโบราณคดี
Read More

วัดใหญ่ชัยมงคล

วัดใหญ่ชัยมงคล เดิมชื่อวัดป่าแก้วหรือวัดเจ้าพระยาไท ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก ตามข้อมูลประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสำนักของพระสงฆ์ซึ่งไปบวชเรียนมาแต่สำนักพระวันรัตน์มหาเถรในประเทศลังกา คณะสงฆ์ที่ไปศึกษาพระธรรมวินัยเรียกนามนิกายในภาษาไทยว่า “คณะป่าแก้ว” วัดนี้จึงได้ชื่อว่า “วัดป่าแก้ว” ต่อมาคนเลื่อมใสบวชเรียนพระสงฆ์นิกายนี้ จึงมีการตั้งอธิบดีสงฆ์นิกายนี้เป็นสมเด็จพระวันรัตน์มีตำแหน่งเป็นสังฆราชฝ่ายขวาคู่กับพระพุทธโฆษาจารย์เป็นอธิบดีสงฆ์ฝ่ายคันถธุระ มีตำแหน่งเป็นสังฆราชฝ่ายซ้าย
Read More

วัดปราสาท

วัดปราสาทเป็นวัดที่มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์อย่างยาวนานและมีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมซึ่งสร้างขึ้นโดยฝีมือเชิงช่างชั้นสูง โดยเฉพาะหลวงพ่อพระประธานที่ประดิษฐานภายในซุ้มปราสาทแบบล้านนาโบราณ ที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่งในปัจจุบัน ที่ตั้งอยู่ตอนท้ายของพระวิหารนั้น เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยสีขาว ที่มีพระพักตร์อิ่มเอิบน่าเลื่อมใสศรัทธา และเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับวัดนี้มานานหลายสมัย และเชื่อกันว่าองค์พระประธานนี้มีความเก่าแก่ หากใครได้เข้ามาสักการะ ขอพรจากองค์พระประธาน ในซุ้มปราสาทแห่งนี้ จะรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์และ ความเงียบสงบราวกับมีมนต์ขลัง นอกจากนี้วัดปราสาท ยังมีประตูซุ้มโขงที่เชื่อมเข้าสู่ องค์ปราสาท โดยมีลักษณะคล้ายกับเจดีย์หรือที่เรียกว่ากู่พระเจ้าที่หาชมได้ยากยิ่ง สำหรับประวัติของวัดนี้ ตามหลักฐานที่ปรากฏในหลักศิลาจารึกของวัดตะโปธาราม ได้จารึกไว้ว่า วัดปราสาทมีมาตั้งแต่ครั้งที่ อาณาจักรล้านนาเจริญรุ่งเรืองเมื่อปี พ.ศ.2035 ในสมัยที่พระยายอดเชียงราย ครองเมืองเชียงใหม่ และด้วยเหตุที่วัดนี้ตั้งอยู่ในเขตที่ประทับของเจ้านายและฝ่ายขุนนาง จึงได้รับการทำนุบำรุงสืบต่อกันมา แม้กระทั่งในสมัยที่เชียงใหม่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า พระยาหลวงแสนคำก็ยังได้หล่อพระเจ้าหมื่นทอง พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางมารวิชัยถวายไว้ที่วัดปราสาทในปี พ.ศ2133 และได้จารึกข้อความไว้ที่ฐานพระองค์นี้ด้วย ต่อมาในสมัยเจ้าหลวงธรรมลังกา เมื่อปี พ.ศ.2366 ได้มีการบูรณะวัดปราสาท และมีการสร้างพระวิหารขึ้น ซึ่งเป็นพระวิหารที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งพระวิหารหลังนี้มี ลักษณะแบบล้านนาดั้งเดิมที่มีโครงสร้างแบบม้าต่างไหม คือลักษณะหลังคาและไม้ขื่นคานลดหลั่นกันขึ้นไป เหมือนต่างบนหลังม้าสำหรับบรรทุกสิ่งของ มีบันไดนาคนำขึ้นสู่ตัวอาคาร ด้านหน้าวิหารมีลวดลายปูนปั้นประดับ กระจกสีอย่างวิจิตร ภายในพระวิหารมีจิตรกรรมฝาผนังลายคำบนพื้นรักสีแดงเล่าเรื่องพระพุทธประวัติได้อย่างน่าสนใจ
Read More

วัดต่อแพ

เป็นวัดในอำเภอขุนยวมที่มีความเป็นมาเก่าแก่ โดยวัดแห่งนี้เดิมเป็นวัดร้าง สันนิษฐานว่าเป็นวัดของชาวลัวะ หรือละว้าที่สร้างขึ้นมาเป็นเวลานานแล้ว โดยวัดเหลือเพียงแค่ซากเจดีย์เก่าที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่ตรงกลาง และไม่มีใครกล้าเข้ามาในบริเวณนี้เนื่องจากเล่าลือกันว่าผีดุ ต่อมาชาวบ้านได้นิมนต์เจ้าอาวาสวัดต่อแพเก่า (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์เด็กเล็ก) ให้มาทำการบูรณะวัด โดยมีศรัทธาบ้านเมืองปอน บ้านขุนยวมและบ้านต่อแพร่วมกันสร้างศาลาการเปรียญขึ้นมาเมื่อราวปี พ.ศ.2461

ไฮไลท์น่าชม
· ศาลาการเปรียญซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมพม่าผสมไทใหญ่ที่สวยงามที่สุดในอำเภอขุนยวม และยังมีสภาพสมบูรณ์ ตัวอาคารซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกนั้นได้รับการก่อสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง มีความกว้างประมาณ 30 เมตร และยาวประมาณ 25 เมตร หลังคาซึ่งมีหลายชั้นแยกออกจากกันเป็นหลังๆ มุงด้วยสังกะสีที่สลักลวดลายสวยงาม เนื่องจากได้รับการดูแลเอาใจใส่จากพระคณะพิสิฐศ์พรหมคุณ ท่านจากอาวาสวัดอย่างสม่ำเสมอ
· วัตถุโบราณล้ำค่าหลายชิ้น เช่น ผ้าม่านประดับพลอยกว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร ตู้พระธรรมซึ่งนำมาจากเมืองมะละแหม่ง แกะสลักอย่างสวยงามจำนวน 2 ใบและพระพุทธรูปล้ำค่าอีกหลายองค์
Read More